วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ไหว้พระธาตุพนม 2555

งานนมัสการพระธาตุพนม 2555
31 ม.ค.-8 ก.พ.55 งานในปีนี้นับได้ว่ามีนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปมาร่วมงาน กว่า 300,000 คน ภาพนี้เป็นภาพเมื่อครั้งวันที่ 7 ก.พ.55 ครับ ค่ำคืนวันนั้นเป็นวันเพ็ญ มีนักท่องเที่ยวมาเยอะมากครับ...
เก็บภาพมาฝาก....ขอบคุณภาพสวยๆจากสาวภไท เขาวง ครับ.....












ประวัติความเป็นมา
   พระธาตุพนมประดิษฐาน ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อำเภอธาตุ พนม จังหวัดนครพนม ตามตำนานกล่าวว่าสร้างมานานไม่น้อยกว่า ๒,๓๐๐ ปี ผู้ที่สร้าง คือ พระ มหากัสปะพร้อมด้วยพระอรหันต์ ๕๐๐ องค์ ได้นำพระอุรังคธาตุหรือกระดูกหน้าอก ของสมเด็จพระสัมมนาพุทธเจ้ามาเพื่อบรรจุไว้ในพระธาตุผู้ที่ร่วมช่วยในการสร้างพระ ธาตุนี้คือ ท้ายพระยาเมืองต่าง ๆ พญานันทเสน เมืองศรีโคตรบูรณ์ (เมืองนครพนม เดิม) พญาจุลนีพรหมทัด พระยาอินทรปัตนคร และพญาดำแดง เมืองหนองหารน้อย พากันยกโยธามาช่วยสร้างพระธาตุพนมจนเสร็จและบรรจุอุรังคธาตุพร้อมของมีค่าไว้ ภายในเป็นจำนวนมาก
   ในปี พ.ศ. 2485 ได้รับการยกฐานะเป็น พระอารามหลวงชั้นเอกขึ้นเป็น "วรมหาวิหาร" ต่อมาในวันที่ 11 สิงหาคม 2518 เวลา 19.38 น. พระธาตุพนมได้ล้มทลายลงทั้งองค์ เนื่องจากความเก่าแก่ขององค์พระธาตุพนม และประจวบกับระหว่างนั้นฝนตกพายุพัดแรงติดต่อมาหลายวัน ประชาชนทั้ง ประเทศได้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์และรัฐบาลได้ก่อสร้างองค์พระธาตุขึ้นใหม่ตามแบบเดิม การก่อสร้างนี้เสร็จ สิ้นเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2522 นอกจากพระบรมสารีริกธาตุที่บรรจุในองค์พระธาตุแล้ว ยังมีของมีค่ามาก มายนับหมื่นชิ้น โดยเฉพาะฉัตรทองคำบนยอดพระธาตุ มีน้ำหนักถึง 110 กิโลกรัม ปัจจุบันองค์พระธาตุ มีฐานกว้างด้านละ 12.33 เมตร สูง 53.60 เมตร เป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมสูงแลดูสง่างาม
ความสำคัญต่อชุมชน
   พระธาตุพนมนี้เป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วไป โดย เฉพาะอย่างยิ่งชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงประชาชนลาวด้วย ในฤดูเทศกาล เพ็ญเดือน ๓ ของทุกปี พุทธศาสนิกชนหลั่งไหลมาจากทุกสารทิศ มาสมโภชและนมัสการพระธาตุพนม
   วัดพระธาตุพนมเป็นวัดวรมหาวิหาร พระอารามหลวง ถือเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ถึงคราวพระราชพิธีราชาภิเษกทุกรัชกาลมา จะต้องนำน้ำจากสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ไปร่วมพิธีด้วยเพื่อประกอบพิธีมุรธาภิเษก และเมื่อถึงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งถือ ว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีเดิม จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานต้นไม้ ทอง เงิน น้ำอบและผ้าคลุมส่งไปนมัสการพระธาตุพนมทุกปี และเมื่อถึงเทศกาลเข้าปุ ริมพรรษา ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเทียนพรรษาเป็นพุทธบูชาทุกปีมา
งานนมัสการพระธาตุพนมประจำปี ถือเอาวันขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๓ ของ ทุกปีเป็นวันแรกของงานไปสิ้นสุดเอาวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๓

วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2555

This is the sausage

This is the sausage in the province of Nakhon Phanom, Thailand, as a snack for everyone's taste, which has sold 6 baht, a place beside the Tong Jia school . In Nakhon Phanom Town . Report By www.tototourism.blogspot.com




ใส้กรอกที่ทุกท่านต้องหลงไหลในรสชาติไม้นี้ มีที่ นครพนม แค่ 6 บาท ก็ได้อาหารว่าง กระเทาะลิ้นกันแล้ว ครับ....ถ้าหากมาเที่ยวนครพนม อย่าลืม มาชิมนะรับ ข้างๆ โรงเรียน ตงเจี่ย ในเมืองนครพนม ค๊าบๆๆๆๆๆ

วันพุธที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ททท.นครพนม พาสื่อเมืองนคร ทำข่าวมาราธอน

9 ธ.ค.54 จังหวัดมุกดาหาร แถลงข่าว มุกดาหาร-สะหวันนะเขต มาราธอนนานาชาติ ครั้งที่ 4
ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
นายวิชุกร  กุหลาบศรี ผอ.ททท.นครพนม พาสื่อมวลชนนครพนมร่วมงานแถลงข่าว
 นำโดย นายธนวัฒน์ จันทร์ต๊ะบุญ นายยกนักข่าวนครพนม  นายกิตพัฒน์อภัยโส รก.ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม
ร่วมงานแถลงข่าว การแข่งขันวิ่ง มุกดาหาร-สะหวันนะเขต มาราธอนนานาชาติครั้งที่ 4 กำหนด 18 ธันวาคม นี้
ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพิ่มสีสันประกวดวิ่งแฟนซีเน้นแนวคิดสร้างสรรค์
ส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีและการท่องเที่ยว
           
        เมื่อวันที่  9 ธ.ค.54 ดร.สมหมาย ปรีชาศิลป์รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานแถลงข่าวการแข่งขันมุกดาหาร-สะหวันนะเขต มาราธอนนานาชาติ ครั้งที่ 4 โดยมีนางมลัยรัก ทองผา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร นายสิงห์สำอาง เบ้าช้างเผือก ผู้อำนวยการศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดมุกดาหาร  นายชาตรี ประดุจชนม์ ผู้อำนวยการโรงเรียนมุกดาวิทยานุกูล และนายวิชุกร กุหลาบศรี ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครพนมร่วมแถลงข่าวการแข่งขัน
        ดร.สมหมาย ปรีชาศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารกล่าวว่า ขณะนี้จังหวัดมุกดาหาร ได้เตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว และนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานถ้วยรางวัลการแข่งขันประเภทมาราธอน โดยกำหนดให้มีพิธีอัญเชิญถ้วยพระราชทานในวันที่ 16 ธันวาคม 2554 อีกทั้งปีนี้ ในการแข่งขันแต่ละประเภท ทั้งในประเภทมาราธอน ระยะทาง 42.195กิโลเมตร มินิมาราธอน ระยะทาง 10 กิโลเมตร ฟันรัน 5 กิโลเมตร วีไอพีและวิ่งแฟนซี จะได้วิ่งข้ามสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 มุกดาหาร-สะหวันนะเขตโดยเฉพาะประเภทมาราธอน กำหนดจุดกลับตัวจุดแรกที่วงเวียนไดโนเสาร์แขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ด้วยซึ่งจุดปล่อยตัวและเส้นชัย อยู่ที่โรงเรียนมุกดาวิทยานุกูล เชื่อว่าวันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม 2554 ซึ่งเป็นวันแข่งขันจะมีนักวิ่งทั้งชาวไทยและต่างชาติมาร่วมแข่งขันไม่น้อยกว่า 12 ประเทศ
         ด้าน นางมลัยรัก ทองผา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวดมุกดาหาร กล่าวว่า การแข่งขัน มุกดาหาร-สะหวันนะเขต มาราธอนนานาชาติ ครั้งที่
4 นี้ ได้เพิ่มสีสันการวิ่งให้น่าสนใจ ด้วยการประกวดวิ่งแฟนซีเน้นแนวคิดตลกขบขัน สร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีและการท่องเที่ยว โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็นประเภททีมไม่น้อยกว่า 5 คน และประเภทบุคลคลชิงเงินรางวัลรวม 22,000 บาท. สมัครได้ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหารหรือสมัครโดยตรงที่โรงเรียนมุกดาวิทยานุกูล ในวันที่ 17 ธันวาคม 2554 ระหว่างเวลา 13.00-20.00 น.
      สอบถามรายละเอียดการแข่งขัน ได้ที่  ศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดมุกดาหาร สมาคมกีฬาจังหวัดมุกดาหาร ที่ทำการปกครองจังหวัดมุกดาหาร สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดมุกดาหาร นอกจากนี้ จังหวัดมุกดาหาร ยังได้จัดโต๊ะลงทะเบียนสมัครแข่งขันให้สำหรับนักวิ่งที่เพิ่งเดินทางมาถึงในวันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม 2554 ระหว่างเวลา 13.00-20.00 น.และในวันแข่งขัน 18 ธันวาคม 2554 ระหว่างเวลา 02.00-03.00 น. ณ โรงเรียนมุกดาวิทยานุกูล.

วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

กลุ่มจังหวัดสนุก รุกเชื่อมท่องเที่ยว เวียดนาม จีน

ดาวน์โหลด DSC_8211_...JPG (408.0 กิโลไบต์)ททท.กลุ่มสนุกรุกแมชชิ่งเปิดเส้นทางสู่ไทยผ่านสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 เชื่อมลาว-จีน-เวียดนาม
นายสมดี คชายั่งยืน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นำคณะททท.นครพนม, ผู้ประกอบการท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดสนุก ประมาณ 40 ราย ประกอบด้วยบริษัททัวร์ท่องเที่ยว, โรงแรม, รีสอร์ท, ร้านอาหาร, สมาคมท่องเที่ยวกลุ่มสนุก 3 จังหวัด สกลนคร นครพนม และมุกดหาร ร่วมทำแมชชิ่งการท่องเที่ยวกับผู้ประกอบการในนครฮานอย ประเทศเวียดนาม และผู้ประกอบการที่นครหนานหนิง ประเทศจีนตอนใต้ ตามโครงการ แมชชิ่งการท่องเที่ยว นครพนม-ฮานอย-หนานหนิง 16-22 พย.54 ในขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการด้านทัวร์ท่องเที่ยวในนครหนานหนิง ประเทศจีน ไม่รู้จักเส้นทางที่จะเชื่อมการท่องเที่ยวจากจีนสู่ไทย ที่มีสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 มุกดาหาร-สะหวันนะเขต และสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 นครพนม-คำม่วน ซึ่งจีนมีความต้องการที่จะพัฒนาให้เป็นเส้นทางสู่อาเซียนในปี 2558
ในขณะที่นายโกศล สถิตธรรมจิตร กงสุลหนานหนิง ให้ความเห็นว่า หากเราจะเข้าตลาดจีนจะต้องมีเปเปอร์ที่เป็นภาษาจีนด้วย เช่นเดียวกันหากเป็นเวียดนามก็ควรมีภาษาบ้านเขา พร้อมกับการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัด ในกลุ่มจังหวัดสนุกว่ามีอะไรที่เหมาะสมกับการค้าการท่องเที่ยวหรือไม่อย่างไร เส้นทางที่จะเดินทางไปถึงจากที่ใดถึงที่ใด ซึ่งจุดที่เราจะขายได้น่าจะเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวจากจีนสู่ไทย จะต้องผ่านจีน, เวียดนาม, ลาว, และประเทศไทยจังหวัดกลุ่มสนุกที่มีสะพานเชื่อมต่อมายังจีนอยู่ถึง 2 แห่ง ให้เขาท่องเที่ยวเข้าทางหนึ่งออกทางหนึ่ง น่าจะเป็นการสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวบนเส้นทางแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี
                นายวิชุกร กุหลาบศรี ผู้อำนวยการท่องเที่ยวนครพนม เปิดเผยว่า ครั้งนี้นับเป็นตัวแทนการท่องเที่ยวคณะแรกในกลุ่มจังหวัดสนุกที่เดินทางมาแมชชิงในตลาดท่องเที่ยวเวียดนามและจีนตอนไต้ตามแนวเส้นทางผ่านสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 นครพนม-คำม่วน ดังนั้น พวกเราจะต้องช่วยกันให้มากยิ่งขึ้นในการทำตลาดท่องเที่ยวไปสู่บ้านเราในกลุ่มจังหวัดสนุก คิดว่าพวกเขาคงรู้จักกรุงเทพฯ, พัทยา, และภูเก็ต แต่เราจะทำอย่างไรที่จะให้พวกเขารู้จักอีสานจังหวัดกลุ่มสนุกและจัดทัวร์ไปเที่ยวบ้านเราบ้าง คิดว่าเราอาจจะต้องสื่อให้เห็นอาหารอร่อยผลไม้หวานสดใหม่จากไร่ ซึ่งที่ผ่านมาอาหารไทยก็เป็นที่ยอมรับว่าเป็นสุดยอดอาหารสุขภาพที่อร่อยอันดับต้นของโลก แต่จะต้องให้เขาร่วมสำรวจเส้นทางเชื่อมโลกเชื่อมทะเลตะวันออกไปสู่อาเซียนตามที่จีนคาดหวังไว้ เนื่องจากประเทศจีนกำหนดด่านเอยี่ยวอยี้กวานแห่งนี้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สู่อาเซียนประกอบไปด้วยเวียดนาม, ลาว, ไทย, กัมพูชา, พม่า, อาจจะไปถึงสิงค์โปร์, อินโดนีเซีย, และมาเลย์เซียอีกด้วย แม้จะมีเส้นทางสายเหนือผ่านไทยไปสู่ไต้ทางสิงค์โปรก็ตาม

วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2554

999- อิ่มบุญ จุลกฐิน ททท.นครพนม

ททท.นครพนม เชิญท่องเที่ยวสืบสานวัฒนธรรม ประเพณีโบราณ
ปั้นฝ้ายสายบุญ จุลกฐิน เยือนถิ่นผู้ไท
ณ วัดศรีนันทาราม บ้านภู อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร
พร้อมสักการะพระมหาเจดีย์ชัยมงคล จ.ร้อยเอ็ด
2 วัน 1 คืน วันที่ 23- 24 ตุลาคม นี้

 เพียงท่านละ 999.- บาท
042513490-1


วันอาทิตย์ที่ 23  ตุลาคม 2554

05.00  น.        -  พร้อมกันบริเวณหน้าสำนักงาน ททท. สำนักงานนครพนม
05.30  น.        -  ออกเดินทางไปบ้านภู อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร
08.00 น.        -  ร่วมพิธีมงคลชัย เก็บฝ้ายใส่กระหยั่ง (ตะกร้า) ที่นำโดยเหล่าสาวพรหมจารี นุ่งขาวห่มขาว ดุจหมู่นางฟ้าลงมาเก็บดอกฝ้ายขาวอันบริสุทธิ์ นำไปปั่นเป็นเส้นใยถักทอเป็นผืนผ้า ชื่นชมกับความร่วมมือร่วมใจของชาวบ้านที่ลานทอผ้าในการเตรียมจุลกฐิน ชมขั้นตอนต่าง ๆ ในการทำผ้าทอดกฐิน และการแสดงพื้นเมือง
10.00 น.        - กราบนมัสการหลวงปู่จาม มหาปุญโญ   ณ วัดป่าวิเวกวัฒนาราม
        - กราบแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ ณ วัดป่าห้วยทราย พร้อมชมเจดีย์ศรีไตรรัตนานุสรณ์
12.00 น.        - รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารบ่าวประดิษฐ์
13.00 น. - เดินทางไปอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ ชมความงามของหินรูปร่างแปลกตาตามแต่จะจินตนาการ
  ชมดอกไม้ป่าบานต้อนรับลมหนาว บริเวณลานมุจลินทร์
15.00 น.        - เดินทางไปชมหอแก้วมุกดาหาร ชมประวัติความเป็นมาของเมืองมุกดาหาร
16.30 น.        - ชม ชิม และช้อป เลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองของกลุ่มอินโดจีน ณ ตลาดสินค้าอินโดจีน
18.00 น.        - กลับเข้าสู่ที่พัก รับประทานอาหารค่ำ

วันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม  2554

06.00 น.        - รับตะวันใหม่ รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
07.00 น.        - ออกเดินทางไปหมู่บ้านภู อำเภอหนองสูง
- ร่วมขบวนแห่ผ้าจุลกฐิน กับชาวบ้านที่แต่งกายพื้นบ้าน ร่วมขบวนแห่งวัฒนธรรม ที่ดูงดงาม
   ตระการตา ร่วมพิธีถวายผ้าจุลกฐิน ณ วัดศรีนันทาราม
10.00 น.        - ออกเดินทางไปอำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด
12.00 น.        - รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 น.        - นมัสการพระมหาเจดีย์ชัยมงคล เป็นพระเจดีย์ขนาดใหญ่องค์หนึ่งของประเทศไทย
 ศิลปกรรมร่วมสมัยระหว่างภาคกลางและภาคอีสานเป็นการผสมกันระหว่างพระปฐมเจดีย์และ
 พระธาตุพนม โดยใช้งบประมาณสร้างถึง 3,000 ล้านบาท
15.00 น.        - เดินทางกลับจังหวัดนครพนม
......................................

วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ททท.นครพนม ร่วมเปิดงานไหลเรือไฟ กาชาด 54 เมืองนครพนม



นายวิชุกร กุหลาบศรี ผอ.ททท.นครพนม ป็นตัวแทน ททท.มอบงบสนับสนุนงานเทศกาลไหลเรือไฟ และงานกาชาด จังหวัดนครพนม 2554 ณ เวทีหน้าศาลากาลางจังหวัดนครพนม